Browsed by
Tag: ปรากฏการณ์

ดาวหางชนดาวพฤหัสฯ กับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ

ดาวหางชนดาวพฤหัสฯ กับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ

เมื่อราวปี พ.ศ. 2537 เกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ขึ้นอย่างเหตุการณ์ ดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 พุ่งชนดาวพฤหัสบดี ซึ่งการชนนี้ทำให้เกิดความน่าสนใจของวงการวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์อย่างมาก และเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางทั้งในหมู่นักวิทยาศาสตร์ และต่อประชาชน รวมถึงนักดาราศาสตร์ด้วย เหตุการณ์นั้นทำให้มีการค้นคว้าวิจัยผลกระทบการจากชนของดาวหาง ว่ามีลักษณะอย่างไร นับว่าเป็นเหตุการณ์ของการชนดาวครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หากไม่นับการชนโลก ดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 ถูกค้นพบโดย แคโรลิน ชูเมกเกอร์, ยูจีน ชูเมกเกอร์ และเดวิด เลวี เป็นนักดาราศาสตร์ที่ค้นพบดาวหาง โดยกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก ที่หอดูดาวเมาต์พาโลมาร์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะที่กำลังโคจรผ่านดาวพฤหัส โดยเป็นดาวหางดวงแรกที่ไม่ได้โคจรรอบดวงอาทิตย์ สันนิฐานว่าดาวหางดวงนี้เคยโคจรรอบดวงอาทิตย์มาก่อน และคาดว่าเป็นดาวหางคาบสั้น ถูกจัดอยู่ในหมวดดาวหางขนาดใหญ่ เนื่องจากการชนนั้นถือว่าเป็นระดับที่รุนแรงมาก โดยคาดว่าดาวพฤหัสอาจดึงให้ดาวหางดวงนี้เปลี่ยนการโคจรใหม่ การชนเกิดขึ้นวันที่ 16 กรกฎาคม ถึง 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 โดยก่อนหน้านี้เมื่อดาวหางดวงนี้โคจรใกล้ดาวพฤหัสในระยะใกล้ที่สุดที่ 40,000 กิโลเมตร มันได้แตกออกเป็นชิ้น จำนวน 21 ชิ้น บางชิ้นมีขนาดใหญ่ถึง 2 กิโลเมตรคาดว่าแรงโน้มถ่วงสูงของดาวพฤหัสอาจทำให้ดาวเกิดแตกออก การชนครั้งนั้นทำให้เกิดแรงระเบิดสูงเทียบกับระเบิดทีเอ็นที 6 ล้านตัน หรือเทียบกับระเบิดปรมาณูที่ถล่มฮิโรชิมา 100 ล้านลูก การระเบิดก่อให้เกิดแสงสว่างจ้ากระจายรัศมีถึง 8,000 กิโลเมตร ฝุ่งจากการชนสูงถึง 3,000 กิโลเมตรเหนือผิวดาว

เปิดฤดูกาลทางช้างเผือก สวรรค์ของนักถ่ายภาพ

เปิดฤดูกาลทางช้างเผือก สวรรค์ของนักถ่ายภาพ

เริ่มเข้ามาแล้วกับฤดูกาลของดวงดาวที่ช่วงนี้ฟ้าเปิด เหมาะแก่การถ่ายรูปโดยสถานบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติระบุว่า ช่วงฤดูหนาวปลายเดือนธันวาคมจนถึงต้นเดือนเมษายน นั้นจะเกิดปรากฏการณ์ทางช้างเผือกซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจนมาก นับว่าเป็นสวรรค์สำหรับนักถ่ายภาพอย่างมาก เพราะจะได้ภาพสวยๆของดวงดาวในยามค่ำคืนอย่างชัดเจนที่สุด

โดยปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนธันวาคมจนถึงต้นเมษายน ซึ่งจะชัดเจนมากในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระบุว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าในแถบดอยสูง และพื้นที่ราบจะมีปรากฏการณ์ทางช้างเผือก โดยเราจะเห็นแนวใจกลางทางช้างเผือกได้ชัดเจนมากในแนวเส้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออก โดยจะอยู่ในกลุ่มดาวแมงป่องและดาวคนยิงธนู นอกใจนี้เรายังจะเห็นดาวเสาร์ซึ่งเป็นจุดเล็กๆสว่างอยู่บริเวณซ้ายมือของทางช้างเผือกด้วย

นอกจากนี้ทางสถาบันดาราศาสตร์ยังเผยอีกว่า ตั้งแต่หลังวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไปประชาชมจะสามารถมองเห็นทางช้างเผือกได้ชัดเจนและเร็วขึ้น ทั้งนี้เป็นปัจจัยของสภาพอากาศด้วย ซึ่งหากสภาวะอากาศท้องฟ้าโปรดโปร่งจะเห็นได้สวยงามมากและเหมาะสมแก่การเก็บภาพถ่ายเป็นที่ระลึกด้วย ซึ่งประชาชนจะสามารถมองเห็นทางช้างเผือกอย่างชัดเจนจนถึงช่วงต้นเมษายน และหลังจากนั้นจะเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน โดยเราสามารถมองเห็นแถบเนบิวลา และดาวฤกษ์ที่สุกสว่างมากมายบนท้องฟ้า เสมือนเรากำลังล่องลอยอยู่บนอวกาศ ซึ่งทางช้างเผือกนอกจากจะมองเห็นในไทยแล้ว อยากสามารถมองเห็นได้ทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งโลกอาศัยอยู่ในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก ประกอบด้วยดาวดวงมากมายนับล้านล้านดวง กระจายอยู่ทั่วกาแล็กซี่

ตื่นตา ปรากฏการณ์พระอาทิตย์ 3 ดวง

ตื่นตา ปรากฏการณ์พระอาทิตย์ 3 ดวง

คงจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่น้อยหากวันใดวันหนึ่งเราสามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ได้ถึง 3 ดวง บนโลกเหมือนในหนังวิทยาศาสตร์ที่ตัวละครลงจากบนดาวเคราะห์ที่มีดวงอาทิตย์ 3 ดวง แต่ก็นั้นแหละขนาดดวงอาทิตย์แค่ดวงเดียวเรายังรู้สึกร้อนเลยใช่ไหม เพราะถ้าหากมีถึง 3 ดวงโลกเราคงโดนเผา แต่ก็เป็นที่ฮือฮามากเมื่อปี 2016 เมื่อมีผู้ถ่ายภาพดวงอาทิตย์ถึง 3 ดวงในพื้นที่ประเทศรัสเซีย

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2016 เมื่อมีผู้ที่ถ่ายภาพดวงอาทิตย์ที่ชวนแปลกตา โดยในภาพนั้นเราจะเห็นภาพแสงอาทิตย์เป็นจุดใหญ่ตรงกลางหนึ่งดวงและจุดเล็กๆด้านซ้ายและขวาอีกข้างละหนึ่งดวง ซึ่งเป็นภาพที่ชวนตื่นตามากเหนือท้องฟ้าเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย เป็นภาพที่น่าตื่นตื่นใจแก่ผู้พบเห็นและถ่ายรูปแชร์ลงโซเชียลออนไลน์ ปรากฏการณ์นี้แม้ว่าจะเกิดได้ยากแต่ก็เป็นเรื่องปกติทางวิทยาศาสตร์

โดยหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ ณ ศูนย์วิจัยท้องฟ้าจำลองเมืองปีเตอร์สเบิร์ก “มาเรีย โบรูคา” พร้อมด้วยกลุ่มนักศึกษาปริญญาเอกสาขาวิชากลศาสตร์ท้องฟ้า มหาวิทยาลัยเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เผยว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเรียกว่า ปรากฏการณ์ซันดอก ซึ่งเกิดจากการหักเหของแสงอาทิตย์ โดยจะเกิดขึ้นมากในแถบขั้วโลก ซึ่งเกิดจากแสงอาทิตย์ตกกระทบผลึกน้ำแข็งในชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดแสงสะท้อนจนเห็นเป็น ดวงอาทิตย์ 3 ดวง ทางด้านนักวิจัยอาวุโสแห่งศูนย์อวกาศประยุกต์ของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งรัสเซีย “นิโคเลย์ เชเลซนอฟ” เผยว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการหักเหของแสงเท่านั้น และส่วนมากแล้วปรากฏการณ์ ซันดอก เกิดขึ้นบ่อยครั้งและส่วนใหญ่ที่เกิดบริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้