Browsed by
Tag: การทดลอง

Stanford Prison Experiment การทดลองสุดโหดของผู้คุมขัง ตอนที่ 1

Stanford Prison Experiment การทดลองสุดโหดของผู้คุมขัง ตอนที่ 1

การทดลองนี้เกิดขึ้นจริงในมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเป็นการทดลองเชิงจิตวิทยาบวกกับวิทยาศาสตร์โดยจุดประสงค์เพื่อทดสอบด้านความอดทนในที่คุมขัง ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าทีมทดลอง Philip G Zimbardo โดยการเลือกอาสาสมัครในการทดลองครั้งนี้ แต่การทดลองครั้งนี้กลับล้มเหลวอย่างมากและเป็นการทดลองที่ย่ำยีความเป็นมนุษย์อย่างมากซึ่งการทดลองครั้งนั้น ถูกยกเลิกในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น

จุดเริ่มต้นการทดลองนี้ใช้ชั้นใต้ดินของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดจำลองเป็นคุกที่มีการคุ้มกันแน่นหนา และได้เลือกอาสาสมัครซึ่งเป็นนักศึกษาชายของมหาวิทยาลัยจำนวน 24 คน ซึ่งสมัครใจมาเองและนอกจากนี้อาสาสมัครยังได้รับค่าจ้างวันละ 15 เหรียญ โดยจุดประสงค์ของการทดลองนี้เพื่อศึกษาผลกระทบด้านจิตใจจากการใช้ชีวิตในเรือนจำ โดยผู้ทดลองจะโยนเหรียญหัวก้อยเพื่อเลือกว่าใครจะเป็นผู้คุมและใครเป็นนักโทษ

สถานที่ในการใช้ทดลองคือชั้นใต้ดินอาคารคณะจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยไม่การแต่งเติมกรงขังและจำลองสถานที่เสมือนที่เรือนจำจริงๆซึ่งประกอบด้วยห้องขังเดี่ยว ห้องโถงสำหรับนักโทษพักผ่อนหย่อนใจ ห้องออกกำลังกาย และห้องน้ำที่ถูกแยกออกมา โดยอาสาสมัครที่เป็นนักโทษจะต้องถูกปิดหน้าปิดตาแล้วผู้คุมจะพาเดินไป ภายในมีการติดกล้องวงจรปิด เครื่องดักฟังเพื่อบันทึกเหตุการณ์การทดลองตลอด โดยอาสาสมัครผู้แบ่งออกเป็น ผู้คุม 12 คน และนักโทษ 12 คน โดยผู้คุมไม่ได้รับการฝึกสอนให้เป็นผู้คุมซึ่งพวกเขาจะต้องแสดงบทบาทนั้นออกมาเอง และทำอยู่อย่างเพื่อให้นักโทษเชื่อฟัง โดยผู้คุมแต่งกายในชุด Khahi และสวมแว่นตาดำเพื่อปกปิดไม่ให้นักโทษเห็นอารมณ์ความรู้สึกของผู้คุมได้

Stanford Prison Experiment การทดลองสุดโหดของผู้คุมขัง ตอนที่ 2

Stanford Prison Experiment การทดลองสุดโหดของผู้คุมขัง ตอนที่ 2

ในส่วนของอาสาสมัครที่เป็นนักโทษ จะถูกบังคับให้สวมชุดสีขาวเหมือนนักโทษในเรือนจำจริงๆ และจะมีการปักหมายเลขไอดีของนักโทษแทนชื่อ ซึ่งนักโทษจะถูกบังคับไม่ให้ใส่กางเกงในด้วยซึ่งการทดลองนี้ทำให้นักโทษชายไม่ได้สวมกางเกงในมีอาการเดินและนั่งเหมือนผู้หญิงนอกจากนี้ยังมีการใส่โซ่ตรวนอย่างแน่นหนา แต่จะไม่มีการตัดผมเหมือนเรือนจำจริงๆเท่านั้น

โดยเริ่มการทดลองวันแรก นักโทษจะถูกเข้าแถวแล้วมีการปั้มลายนิ้วมือและถูกค้นตัวซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของการส่งเข้าเรือนจำ จากนั้นนักโทษก็ถูกปิดตาเพื่อพาเข้าไปยังเรือนจำจำลองในสแนตฟอร์ด ภายในไม่มีการเปิดหน้าต่างหรือแม้แต่นาฬิกา ปฏิทินเพื่อไม่ให้นักโทษรู้ว่าวันที่อะไร เวลาไหน การลงโทษช่วงแรกไม่มีอะไรมาก นอกจากให้นักโทษนับเลขไอดีแทนชื่อตน และมีการสั่งให้วิดพื้นเล็กน้อยเนื่องจากผู้คุมยังไม่กล้าออกคำสั่งมาก

วันที่ 2 เริ่มมีความรุนแรงเกิดขึ้น โดยผู้คุ้มได้มีการพูดเยาะเย้ย รวมถึงนักโทษมีการพูดสาปแช่งและหยาบคายใส่ผู้คุม จนทำให้ผู้คุมโกรธและมีการระบุว่าการลงโทษนั้นเบาเกินไป ผู้คุมสั่งให้นักโทษทั้งหมดถอดเสื้อผ้าออกและเอาเตียงออกมา ส่วนหัวหน้าแก๊งก่อความรุนแรงให้แยกไปขังเดี่ยว

วันที่ 3 นักโทษผู้หนึ่งได้ถอนตัวออกจากการทดลองเนื่องจากคุมสติตัวเองไม่อยู่และมีข่าวลือถึงนักโทษที่ถูกปล่อยตัวบุกเขามาลักพาตัวนักโทษคนอื่นๆ ซึ่งนั้นทำให้ทั้งนักทดลองและผู้คุมหัวเสียอย่างมาก เริ่มมีการใช้ความรุนแรงมากขึ้นมีการทำโทษและกลั่นแกล้งนักโทษต่างๆนาๆ เช่น ให้ทำงานเหมือนคนรับใช้ ขัดห้องน้ำด้วยมือเปล่า ในวันที 4-5 สภาพนักโทษเริ่มรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากคุมสติไม่อยู่ ร้องไห้ ตะโกนตลอดเวลาเนื่องอยู่ในสถานที่ปิดทึบและความกดดัน รวมถึงผู้คุมที่เล่นบทบาทจนเหมือนจริงทำให้การทดลองต้องยุติลงในที่สุด

 

 

 

Unit 731 การทดลองที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 2

Unit 731 การทดลองที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 2

ต่อมาหลังจากการทดลองด้านการผ่าตัดต่างๆ ดูจะเป็นที่น่าพอใจมากสำหรับเขาแต่เขาก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ จากผลของการห้ามไม่มีการสร้างอาวุธชีวภาพของสนธิสัญญา เจนีวา นั้นทำให้อิชิอิเริ่มสนใจในการพัฒนาของเชื้อโรคร้ายที่สามารถคร่าชีวิตคนได้หลายล้านคน จึงเป็นที่มาในการทดลองเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรง

โดยเริ่มแรกเขาได้ดูการพัฒนาของเชื้อซิฟิลิสซึ่งระบาดหนักมากในช่วงนั้น เค้าได้จับเชลยผู้หญิงมาร่วมเพศกับชายที่ติดเชื้อ และดูพัฒนาการของระยะของโรคต่อมาเค้าได้พัฒนาเชื้อไวรัสทางอากาศโดยการนำเอาเชลยมาอ้าปากและปล่อยเชื้อในอากาศ ผลการทดลองครั้งนี้ทำให้เชลยทั้งหมดที่ถูกจับมาทดลองเสียชีวิตทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ทำให้เค้าลองทดลองโดยการปล่อยเชื้อลงสู่แม่น้ำไหลไปตามหมู่บ้านเมื่อคนที่ดื่มน้ำนั้นติดเชื้อและแพร่กระจายทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 400,000 คน เค้าพบว่าการทดลองนี้มีประสิทธิภาพอย่างมากและเตรียมปล่อยขึ้นสู่อากาศโดยเป้าหมายคือ หมู่บ้านเล็กแห่งหนึ่งแต่โชคดีที่ว่าเชื้อนั้นถูกลมเปลี่ยนทิศพัดกลับมาที่ฐานทำให้ทหารเสียชีวิตถึง 1,700 คน

การทดลองนี้เค้าได้เตรียมการปล่อยบอลลูน 200 ลูกเพื่อไประเบิดในแถบชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐซึ่งหากทำสำเร็จจะมีผู้คนล้มตายหลายล้านคน แต่ก่อนที่เขาจะทำสำเร็จนั้น สหรัฐได้ทิ้งระเบิดปรมณู 2 ลูก ถล่มฮิโรชิม่าและนางาซากิ ทำให้ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ต่อสงคราม ส่วนอิชิอิกลายเป็นอาชญากรสงครามแต่เค้าก็ไม่ถูกดำเนินคดีเนื่องจากทำการเจรจายื่นข้อเสนอให้ส่งมอบข้อมูลงานวิจัยทั้งหมด ให้กับสหรัฐและเซ็นต์ยินยอมห้ามให้มีการทดลองอาวุธชีวภาพอย่างเด็ดขาด