Browsed by
Category: วิทยาศาสตร์

อังกฤษ เผยสัตว์ทะเลคล้ายกุ้ง แอมฟิพอดส์

อังกฤษ เผยสัตว์ทะเลคล้ายกุ้ง แอมฟิพอดส์

ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัย New Castle ในอังกฤษ เปิดเผยว่า สัตว์ทะเลขนาดเล็กรูปร่างคล้ายกุ้ง ที่เรียกว่า แอมฟิพอดส์ ที่อาศัยอยู่ในร่องลึกก้นมหาสมุทร มาเรียน่า กับร่องลึกก้นมหาสมุทร เคอร์มาเดค ซึ่งลึกกว่า 10 กิโลเมตร มีระดับสารเคมีอันตรายที่มนุษย์ผลิตขึ้นในปริมาณสูงมากสั่งสมอยู่ในเนื้อเยื่อส่วนที่เป็นไขมันสารเคมีอันตรายดังกล่าวที่ว่านี้ เป็นสารเคมีกลุ่มสารพีซีบี หรือสาร polychlorinated biphenylsสาร PCBs เป็นสารเคมีอันตรายที่มนุษย์สร้างขึ้นตั้งเเต่ยุค 1930 จนกระทั่งถึง 1970 ซึ่งมีการสั่งห้ามผลิตสารเคมีเหล่านี้ ทีมนักวิจัยประมาณว่ามีสาร PCBs ราว 1 ล้าน 3 เเสนตันถูกผลิตออกมาใช้รวมกันทั่วโลก สารเคมีเหล่านี้เข้าไปสั่งสมอยู่ในสิ่งเเวดล้อมผ่านการปล่อยของเสียออกจากโรงงานอุตสาหกรรม และจากการรั่วไหลออกมาจากหลุมฝังกลบขยะสารเคมีอันตรายประเภทนี้ยังไม่สลายตัวไปอย่างง่ายดาย ทำให้คงอยู่ในสภาพเเวดล้อมได้่นานหลายสิบปีDr. Alan Jamieson หัวหน้าทีมนักวิจัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้คนเชื่อกันทั่วไปว่าก้นบึ้งของมหาสมุทรยังมีความสะอาด เเละปลอดจากมลพิษทางสิ่งเเวดล้อมที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เเต่ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นเเล้วว่าความเชื่อที่ว่านี้ไม่เป็นความจริงเขากล่าวอีกว่า ตัวอย่างของสัตว์ทะเลประเภทแอมฟิพอดส์ที่ทีมนักวิจัยนำมาศึกษา มีปริมาณสารเคมีอันตรายประเภทนี้สั่งสมในร่างกายสูงเท่าๆ กับตัวอย่างของสัตว์ชนิดเดียวกันที่อาศัยในอ่าว Suruga ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมที่มีมลพิษมากที่สุดเขตหนึ่งในทางตะวันตกเฉียงใต้มหาสมุทรเเปซิฟิกในการศึกษา ทีมนักวิจัยใช้ยานสำรวจใต้ทะเลลึกลงไปใต้ทะเล เพื่อนำเอาตัวอย่างของสัตว์ชนิดนี้จากร่องลึกก้นทะเลทั้งสองจุดดังกล่าวขึ้นมาศึกษาวิเคราะห์ ร่องลึกก้นมหาสมุทรทั้งสองจุดนี้อยู่ห่างกันเป็นระยะทาง 7,000 กิโลเมตร

นักวิทยาศาสตร์ฟินเเลนด์ ชี้ใบไม้ร่วงมีค่า

นักวิทยาศาสตร์ฟินเเลนด์ ชี้ใบไม้ร่วงมีค่า

จากการทดลองของทีมนักวิทยาศาสตร์ในประเทศฟินเเลนด์ ชี้ว่าใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง มีส่วนประกอบที่มีคุณค่าหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เม็ดสี คาร์โบไฮเดรต โปรตีนและสารต่างๆ ที่ช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดที่เป็นอันตรายพวกเขากำลังพัฒนาวิธีใช้ประโยชน์จากคุณค่าของใบไม้ ด้วยการนำไปบรรจุลงในรีแอคเตอร์ ที่ช่วยเเยกสารส่วนประกอบต่างๆ ที่มีคุณประโยชน์ แล้วกำจัดส่วนที่เหลือทิ้งไปSami Alakurtti นักวิทยาศาสตร์แห่ง VTT Technical Research Center แห่งประเทศฟินเเลนด์ กล่าวว่า ทีมงานใส่ใบไม้ลงไปในรีเเอคเตอร์ และเติมสารทำละลายลงไป ตัวรีเเอคเตอร์ยังทำหน้าที่ช่วยผสมส่วนประกอบต่างเข้าด้วยกันไปในตัวโครงการทดลองนำร่องนี้เน้นเเยกสารเม็ดสีธรรมชาติที่ทำให้ใบไม้และใบของพืชหลากหลายชนิดมีสีสันที่สวยงามLisa Nohynek นักวิทยาศาสตร์อาวุโสแห่ง VTT Technical Research Center แห่งประเทศฟินเเลนด์ กล่าวว่า ใบไม้เป็นเเหล่งของเม็ดสีธรรมชาติ ปัจจุบันมีการผลิตเม็ดสีเทียมขึ้นมาใช้ แต่ทีมงานคิดว่าการทดลองสกัดเม็ดสีจากใบไม้วิธีนี้ จะช่วยผลิตเม็ดสีธรรมชาติขึ้นมาทดแทนเม็ดสีเทียมได้อย่างไรก็ดี การทดลองนี้ไม่ได้เป็นเเค่การสกัดเม็ดสีธรรมชาติเท่านั้น แต่เป็นการพยายามสกัดสารอาหารต่างๆ ที่มีคุณค่าจากภายในใบไม้ที่ร่วงจากต้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์Anneli Ritala หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์แห่ง VTT Technical Research Center แห่งประเทศฟินเเลนด์ กล่าวว่า เนื่องจากสารส่วนประกอบในใบไม้ที่ร่วงจากต้นมีคุณค่าทางโภชนาการ ทีมงานต้องการนำผลการวิจัยนี้ไปใช้ในพัฒนาอาหารสัตว์ที่มีคุณค่าทางโปรตีนสูง และโปรตีนเสริมสำหรับคนโดยเป็นการมีจุดมุ่งหมายการทดลองเพื่อรักษาธรรมชาติและใช้ทรัพยากรให้เกิดโยชน์มากที่สุด

ดาวหางชนดาวพฤหัสฯ กับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ

ดาวหางชนดาวพฤหัสฯ กับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ

เมื่อราวปี พ.ศ. 2537 เกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ขึ้นอย่างเหตุการณ์ ดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 พุ่งชนดาวพฤหัสบดี ซึ่งการชนนี้ทำให้เกิดความน่าสนใจของวงการวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์อย่างมาก และเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางทั้งในหมู่นักวิทยาศาสตร์ และต่อประชาชน รวมถึงนักดาราศาสตร์ด้วย เหตุการณ์นั้นทำให้มีการค้นคว้าวิจัยผลกระทบการจากชนของดาวหาง ว่ามีลักษณะอย่างไร นับว่าเป็นเหตุการณ์ของการชนดาวครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หากไม่นับการชนโลก ดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 ถูกค้นพบโดย แคโรลิน ชูเมกเกอร์, ยูจีน ชูเมกเกอร์ และเดวิด เลวี เป็นนักดาราศาสตร์ที่ค้นพบดาวหาง โดยกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก ที่หอดูดาวเมาต์พาโลมาร์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะที่กำลังโคจรผ่านดาวพฤหัส โดยเป็นดาวหางดวงแรกที่ไม่ได้โคจรรอบดวงอาทิตย์ สันนิฐานว่าดาวหางดวงนี้เคยโคจรรอบดวงอาทิตย์มาก่อน และคาดว่าเป็นดาวหางคาบสั้น ถูกจัดอยู่ในหมวดดาวหางขนาดใหญ่ เนื่องจากการชนนั้นถือว่าเป็นระดับที่รุนแรงมาก โดยคาดว่าดาวพฤหัสอาจดึงให้ดาวหางดวงนี้เปลี่ยนการโคจรใหม่ การชนเกิดขึ้นวันที่ 16 กรกฎาคม ถึง 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 โดยก่อนหน้านี้เมื่อดาวหางดวงนี้โคจรใกล้ดาวพฤหัสในระยะใกล้ที่สุดที่ 40,000 กิโลเมตร มันได้แตกออกเป็นชิ้น จำนวน 21 ชิ้น บางชิ้นมีขนาดใหญ่ถึง 2 กิโลเมตรคาดว่าแรงโน้มถ่วงสูงของดาวพฤหัสอาจทำให้ดาวเกิดแตกออก การชนครั้งนั้นทำให้เกิดแรงระเบิดสูงเทียบกับระเบิดทีเอ็นที 6 ล้านตัน หรือเทียบกับระเบิดปรมาณูที่ถล่มฮิโรชิมา 100 ล้านลูก การระเบิดก่อให้เกิดแสงสว่างจ้ากระจายรัศมีถึง 8,000 กิโลเมตร ฝุ่งจากการชนสูงถึง 3,000 กิโลเมตรเหนือผิวดาว

Stanford Prison Experiment การทดลองสุดโหดของผู้คุมขัง ตอนที่ 1

Stanford Prison Experiment การทดลองสุดโหดของผู้คุมขัง ตอนที่ 1

การทดลองนี้เกิดขึ้นจริงในมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเป็นการทดลองเชิงจิตวิทยาบวกกับวิทยาศาสตร์โดยจุดประสงค์เพื่อทดสอบด้านความอดทนในที่คุมขัง ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าทีมทดลอง Philip G Zimbardo โดยการเลือกอาสาสมัครในการทดลองครั้งนี้ แต่การทดลองครั้งนี้กลับล้มเหลวอย่างมากและเป็นการทดลองที่ย่ำยีความเป็นมนุษย์อย่างมากซึ่งการทดลองครั้งนั้น ถูกยกเลิกในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น

จุดเริ่มต้นการทดลองนี้ใช้ชั้นใต้ดินของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดจำลองเป็นคุกที่มีการคุ้มกันแน่นหนา และได้เลือกอาสาสมัครซึ่งเป็นนักศึกษาชายของมหาวิทยาลัยจำนวน 24 คน ซึ่งสมัครใจมาเองและนอกจากนี้อาสาสมัครยังได้รับค่าจ้างวันละ 15 เหรียญ โดยจุดประสงค์ของการทดลองนี้เพื่อศึกษาผลกระทบด้านจิตใจจากการใช้ชีวิตในเรือนจำ โดยผู้ทดลองจะโยนเหรียญหัวก้อยเพื่อเลือกว่าใครจะเป็นผู้คุมและใครเป็นนักโทษ

สถานที่ในการใช้ทดลองคือชั้นใต้ดินอาคารคณะจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยไม่การแต่งเติมกรงขังและจำลองสถานที่เสมือนที่เรือนจำจริงๆซึ่งประกอบด้วยห้องขังเดี่ยว ห้องโถงสำหรับนักโทษพักผ่อนหย่อนใจ ห้องออกกำลังกาย และห้องน้ำที่ถูกแยกออกมา โดยอาสาสมัครที่เป็นนักโทษจะต้องถูกปิดหน้าปิดตาแล้วผู้คุมจะพาเดินไป ภายในมีการติดกล้องวงจรปิด เครื่องดักฟังเพื่อบันทึกเหตุการณ์การทดลองตลอด โดยอาสาสมัครผู้แบ่งออกเป็น ผู้คุม 12 คน และนักโทษ 12 คน โดยผู้คุมไม่ได้รับการฝึกสอนให้เป็นผู้คุมซึ่งพวกเขาจะต้องแสดงบทบาทนั้นออกมาเอง และทำอยู่อย่างเพื่อให้นักโทษเชื่อฟัง โดยผู้คุมแต่งกายในชุด Khahi และสวมแว่นตาดำเพื่อปกปิดไม่ให้นักโทษเห็นอารมณ์ความรู้สึกของผู้คุมได้

Stanford Prison Experiment การทดลองสุดโหดของผู้คุมขัง ตอนที่ 2

Stanford Prison Experiment การทดลองสุดโหดของผู้คุมขัง ตอนที่ 2

ในส่วนของอาสาสมัครที่เป็นนักโทษ จะถูกบังคับให้สวมชุดสีขาวเหมือนนักโทษในเรือนจำจริงๆ และจะมีการปักหมายเลขไอดีของนักโทษแทนชื่อ ซึ่งนักโทษจะถูกบังคับไม่ให้ใส่กางเกงในด้วยซึ่งการทดลองนี้ทำให้นักโทษชายไม่ได้สวมกางเกงในมีอาการเดินและนั่งเหมือนผู้หญิงนอกจากนี้ยังมีการใส่โซ่ตรวนอย่างแน่นหนา แต่จะไม่มีการตัดผมเหมือนเรือนจำจริงๆเท่านั้น

โดยเริ่มการทดลองวันแรก นักโทษจะถูกเข้าแถวแล้วมีการปั้มลายนิ้วมือและถูกค้นตัวซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของการส่งเข้าเรือนจำ จากนั้นนักโทษก็ถูกปิดตาเพื่อพาเข้าไปยังเรือนจำจำลองในสแนตฟอร์ด ภายในไม่มีการเปิดหน้าต่างหรือแม้แต่นาฬิกา ปฏิทินเพื่อไม่ให้นักโทษรู้ว่าวันที่อะไร เวลาไหน การลงโทษช่วงแรกไม่มีอะไรมาก นอกจากให้นักโทษนับเลขไอดีแทนชื่อตน และมีการสั่งให้วิดพื้นเล็กน้อยเนื่องจากผู้คุมยังไม่กล้าออกคำสั่งมาก

วันที่ 2 เริ่มมีความรุนแรงเกิดขึ้น โดยผู้คุ้มได้มีการพูดเยาะเย้ย รวมถึงนักโทษมีการพูดสาปแช่งและหยาบคายใส่ผู้คุม จนทำให้ผู้คุมโกรธและมีการระบุว่าการลงโทษนั้นเบาเกินไป ผู้คุมสั่งให้นักโทษทั้งหมดถอดเสื้อผ้าออกและเอาเตียงออกมา ส่วนหัวหน้าแก๊งก่อความรุนแรงให้แยกไปขังเดี่ยว

วันที่ 3 นักโทษผู้หนึ่งได้ถอนตัวออกจากการทดลองเนื่องจากคุมสติตัวเองไม่อยู่และมีข่าวลือถึงนักโทษที่ถูกปล่อยตัวบุกเขามาลักพาตัวนักโทษคนอื่นๆ ซึ่งนั้นทำให้ทั้งนักทดลองและผู้คุมหัวเสียอย่างมาก เริ่มมีการใช้ความรุนแรงมากขึ้นมีการทำโทษและกลั่นแกล้งนักโทษต่างๆนาๆ เช่น ให้ทำงานเหมือนคนรับใช้ ขัดห้องน้ำด้วยมือเปล่า ในวันที 4-5 สภาพนักโทษเริ่มรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากคุมสติไม่อยู่ ร้องไห้ ตะโกนตลอดเวลาเนื่องอยู่ในสถานที่ปิดทึบและความกดดัน รวมถึงผู้คุมที่เล่นบทบาทจนเหมือนจริงทำให้การทดลองต้องยุติลงในที่สุด

 

 

 

Unit 731 การทดลองที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 1

Unit 731 การทดลองที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 1

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีการทดลองมากมายทั้งในด้านอาวุธต่างๆที่ผลทำลายล้างสูงซึ่งนอกจากนี้ยังมีการทดลองเกี่ยวการแพทย์ที่มีความโหดร้ายในสมัยนั้น ซึ่งในช่วงนั้นญี่ปุ่นมีใช้อย่างมากและได้จับเฉลยประเทศต่างๆมากมาย โดยเฉพาะในประเทศจีนมีการสร้างโรงงานแห่งหนึ่ง โดยจุดประสงค์เพื่อทดลองบำบัดน้ำเสียให้เป็นน้ำสะอาดดื่มได้ โดยมีคนงานเป็นชาวจีนจำนวนมากเข้ามาทำงานแต่เมื่อเข้าไปแล้วเบื้องหลังของโรงงานนี้คือความโหดแบบสุดขั้ว เพราะมันคือการทดลองอาวุธชีวภาพโดยมีชาวจีนเป็นหนูทดลองครั้งนี้

สนธิสัญญาเจนีวามีข้อกำหนดห้ามทุกประเทศทั่ว โลกทำการทดลองหรือใช้อาวุธชีวภาพในการทำสงคราม เมื่อคนทั้งโลกเกรงกลัวต่ออาวุธชนิดนี้ย่อมแสดงว่ามันต้องเป็นอาวุธทำลาย ล้างที่ทรงอานุภาพมากที่สุด ด้วยแนวความคิดนี้เองทำให้กองทัพญี่ปุ่นลักลอบละเมิดข้อตกลงในสนธิสัญญา เจนีวา โดยหัวหน้าผู้ทดลองนี้คือ พลโทชิโร อิชิอิ ผู้บัญชาการกรมแพทย์ทหาร

เริ่มแรกเฉลยถูกจับมาทดลองโดยมัดกับเตียงผ่าตัดโดยทำการศึกษาการทำงานของอวัยวะภายในซึ่งผ่าตัดโดยไม่ใช้ยาสลบใดๆผู้ถูกทดลองยังมีสติที่สมบูรณ์ครบทุกอย่าง นอกจากนี้อิชิอิยังทดสิ่งที่ไม่มีใครว่าคนๆหนึ่งจะคิดได้ทั้งการ นำผู้ถูกทดลองมาผ่าตัดโดยสลับอวัยวะ หรือ ผ่าเอากระเพาะอาหารออกแล้วต่อเข้ากับลำใส้เพื่อดูว่าถ้าไม่มีกระเพาะอาหารจะถูกย่อยอย่างไร รวมถึงการทดลองระเบิดมือโดยใช้คนเป็นเป้าในการทดลอง นอกจากนี้ยังให้นักโทษจับระเบิดมือแล้วดังสลักเพื่อจะดูว่ามีผลลัพธ์อย่างไร อีกทั้งเขายังทดลองการอัดอากาศเข้าไปในตัวนักโทษ โดยการสอดท่อเข้าทวารหนักแล้วอัดอากาศเข้าไปจนตัวแตกกระจาย นี้เป็นเพียงการทดลองคร่าวๆของมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่คิดว่าเขาจะคิดอะไรออกมาได้แล้ว

Unit 731 การทดลองที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 2

Unit 731 การทดลองที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 2

ต่อมาหลังจากการทดลองด้านการผ่าตัดต่างๆ ดูจะเป็นที่น่าพอใจมากสำหรับเขาแต่เขาก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ จากผลของการห้ามไม่มีการสร้างอาวุธชีวภาพของสนธิสัญญา เจนีวา นั้นทำให้อิชิอิเริ่มสนใจในการพัฒนาของเชื้อโรคร้ายที่สามารถคร่าชีวิตคนได้หลายล้านคน จึงเป็นที่มาในการทดลองเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรง

โดยเริ่มแรกเขาได้ดูการพัฒนาของเชื้อซิฟิลิสซึ่งระบาดหนักมากในช่วงนั้น เค้าได้จับเชลยผู้หญิงมาร่วมเพศกับชายที่ติดเชื้อ และดูพัฒนาการของระยะของโรคต่อมาเค้าได้พัฒนาเชื้อไวรัสทางอากาศโดยการนำเอาเชลยมาอ้าปากและปล่อยเชื้อในอากาศ ผลการทดลองครั้งนี้ทำให้เชลยทั้งหมดที่ถูกจับมาทดลองเสียชีวิตทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ทำให้เค้าลองทดลองโดยการปล่อยเชื้อลงสู่แม่น้ำไหลไปตามหมู่บ้านเมื่อคนที่ดื่มน้ำนั้นติดเชื้อและแพร่กระจายทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 400,000 คน เค้าพบว่าการทดลองนี้มีประสิทธิภาพอย่างมากและเตรียมปล่อยขึ้นสู่อากาศโดยเป้าหมายคือ หมู่บ้านเล็กแห่งหนึ่งแต่โชคดีที่ว่าเชื้อนั้นถูกลมเปลี่ยนทิศพัดกลับมาที่ฐานทำให้ทหารเสียชีวิตถึง 1,700 คน

การทดลองนี้เค้าได้เตรียมการปล่อยบอลลูน 200 ลูกเพื่อไประเบิดในแถบชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐซึ่งหากทำสำเร็จจะมีผู้คนล้มตายหลายล้านคน แต่ก่อนที่เขาจะทำสำเร็จนั้น สหรัฐได้ทิ้งระเบิดปรมณู 2 ลูก ถล่มฮิโรชิม่าและนางาซากิ ทำให้ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ต่อสงคราม ส่วนอิชิอิกลายเป็นอาชญากรสงครามแต่เค้าก็ไม่ถูกดำเนินคดีเนื่องจากทำการเจรจายื่นข้อเสนอให้ส่งมอบข้อมูลงานวิจัยทั้งหมด ให้กับสหรัฐและเซ็นต์ยินยอมห้ามให้มีการทดลองอาวุธชีวภาพอย่างเด็ดขาด

เปิดฤดูกาลทางช้างเผือก สวรรค์ของนักถ่ายภาพ

เปิดฤดูกาลทางช้างเผือก สวรรค์ของนักถ่ายภาพ

เริ่มเข้ามาแล้วกับฤดูกาลของดวงดาวที่ช่วงนี้ฟ้าเปิด เหมาะแก่การถ่ายรูปโดยสถานบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติระบุว่า ช่วงฤดูหนาวปลายเดือนธันวาคมจนถึงต้นเดือนเมษายน นั้นจะเกิดปรากฏการณ์ทางช้างเผือกซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจนมาก นับว่าเป็นสวรรค์สำหรับนักถ่ายภาพอย่างมาก เพราะจะได้ภาพสวยๆของดวงดาวในยามค่ำคืนอย่างชัดเจนที่สุด

โดยปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนธันวาคมจนถึงต้นเมษายน ซึ่งจะชัดเจนมากในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระบุว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าในแถบดอยสูง และพื้นที่ราบจะมีปรากฏการณ์ทางช้างเผือก โดยเราจะเห็นแนวใจกลางทางช้างเผือกได้ชัดเจนมากในแนวเส้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออก โดยจะอยู่ในกลุ่มดาวแมงป่องและดาวคนยิงธนู นอกใจนี้เรายังจะเห็นดาวเสาร์ซึ่งเป็นจุดเล็กๆสว่างอยู่บริเวณซ้ายมือของทางช้างเผือกด้วย

นอกจากนี้ทางสถาบันดาราศาสตร์ยังเผยอีกว่า ตั้งแต่หลังวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไปประชาชมจะสามารถมองเห็นทางช้างเผือกได้ชัดเจนและเร็วขึ้น ทั้งนี้เป็นปัจจัยของสภาพอากาศด้วย ซึ่งหากสภาวะอากาศท้องฟ้าโปรดโปร่งจะเห็นได้สวยงามมากและเหมาะสมแก่การเก็บภาพถ่ายเป็นที่ระลึกด้วย ซึ่งประชาชนจะสามารถมองเห็นทางช้างเผือกอย่างชัดเจนจนถึงช่วงต้นเมษายน และหลังจากนั้นจะเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน โดยเราสามารถมองเห็นแถบเนบิวลา และดาวฤกษ์ที่สุกสว่างมากมายบนท้องฟ้า เสมือนเรากำลังล่องลอยอยู่บนอวกาศ ซึ่งทางช้างเผือกนอกจากจะมองเห็นในไทยแล้ว อยากสามารถมองเห็นได้ทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งโลกอาศัยอยู่ในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก ประกอบด้วยดาวดวงมากมายนับล้านล้านดวง กระจายอยู่ทั่วกาแล็กซี่

ตื่นตา ปรากฏการณ์พระอาทิตย์ 3 ดวง

ตื่นตา ปรากฏการณ์พระอาทิตย์ 3 ดวง

คงจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่น้อยหากวันใดวันหนึ่งเราสามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ได้ถึง 3 ดวง บนโลกเหมือนในหนังวิทยาศาสตร์ที่ตัวละครลงจากบนดาวเคราะห์ที่มีดวงอาทิตย์ 3 ดวง แต่ก็นั้นแหละขนาดดวงอาทิตย์แค่ดวงเดียวเรายังรู้สึกร้อนเลยใช่ไหม เพราะถ้าหากมีถึง 3 ดวงโลกเราคงโดนเผา แต่ก็เป็นที่ฮือฮามากเมื่อปี 2016 เมื่อมีผู้ถ่ายภาพดวงอาทิตย์ถึง 3 ดวงในพื้นที่ประเทศรัสเซีย

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2016 เมื่อมีผู้ที่ถ่ายภาพดวงอาทิตย์ที่ชวนแปลกตา โดยในภาพนั้นเราจะเห็นภาพแสงอาทิตย์เป็นจุดใหญ่ตรงกลางหนึ่งดวงและจุดเล็กๆด้านซ้ายและขวาอีกข้างละหนึ่งดวง ซึ่งเป็นภาพที่ชวนตื่นตามากเหนือท้องฟ้าเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย เป็นภาพที่น่าตื่นตื่นใจแก่ผู้พบเห็นและถ่ายรูปแชร์ลงโซเชียลออนไลน์ ปรากฏการณ์นี้แม้ว่าจะเกิดได้ยากแต่ก็เป็นเรื่องปกติทางวิทยาศาสตร์

โดยหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ ณ ศูนย์วิจัยท้องฟ้าจำลองเมืองปีเตอร์สเบิร์ก “มาเรีย โบรูคา” พร้อมด้วยกลุ่มนักศึกษาปริญญาเอกสาขาวิชากลศาสตร์ท้องฟ้า มหาวิทยาลัยเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เผยว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเรียกว่า ปรากฏการณ์ซันดอก ซึ่งเกิดจากการหักเหของแสงอาทิตย์ โดยจะเกิดขึ้นมากในแถบขั้วโลก ซึ่งเกิดจากแสงอาทิตย์ตกกระทบผลึกน้ำแข็งในชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดแสงสะท้อนจนเห็นเป็น ดวงอาทิตย์ 3 ดวง ทางด้านนักวิจัยอาวุโสแห่งศูนย์อวกาศประยุกต์ของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งรัสเซีย “นิโคเลย์ เชเลซนอฟ” เผยว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการหักเหของแสงเท่านั้น และส่วนมากแล้วปรากฏการณ์ ซันดอก เกิดขึ้นบ่อยครั้งและส่วนใหญ่ที่เกิดบริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้