Ooho ขวดน้ำเพื่อสิ่งแวดล้อม

Ooho ขวดน้ำเพื่อสิ่งแวดล้อม

พลาสติกขอยกให้เป็นเจ้าพ่อของปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกเลย เพราะเป็นวัสดุที่ใช้เวลาย่อยสลายนานมากกก สวนทางกับปริมาณการใช้ที่เยอะจนย่อยสลายไม่ทัน โดยเฉพาะถุงและขวดน้ำพลาสติก ทั่วโลกก็เลยมีแนวทางป้องกันหลายสไตล์ ไม่ว่าจะนำถุงมาใส่ของเอง นำกลับมาใช้ซ้ำ หรือ นำไปรีไซเคิลเป็นผลิตภันฑ์ใหม่ อย่างประเทศไต้หวันเองก็เป็นหนึ่งประเทศที่ไม่มีถุงพลาสติกฟรีในซูเปอร์มาร์เกตค่ะ ไปครั้งหลังๆ รู้ทันต้องเตรียมกระเป๋าไปใส่ของเอาเอง  นวัตกรรมเกี่ยวกับการลดขยะพลาสติก จากกลุ่มนักออกแบบจากลอนดอน ได้ผลิตขวดใส่น้ำ กินน้ำเสร็จ ไม่เหลือขยะต้องทิ้งด้วย จะเป็นยังไงไปดูกัน Skipping Rocks Lab เขาเป็นทีมผลิตแพคเกจจิ้งใส่น้ำแนวใหม่ที่ช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกล้นโลก ไม่ใช่ทั้งขวดพลาสติก หรือ แก้วน้ำ แต่ทำมาจากสาหร่ายทะเล เมื่อใส่น้ำไปแล้วจะมีลักษณะหยุ่นๆ ใสๆ น้ำจะถูกบรรจุอยู่ภายใน รูปร่างคล้ายๆ ฟองสบู่ หรือ เม็ดป๊อบในชานมไข่มุกยังไงยังงั้นเลย นอกจากรูปลักษณ์จะแปลกตาแล้วยังให้เรียกก้อนกลมๆ นี้ว่า Ooho ซึ่งใช้เวลาพัฒนามากกว่า 2 ปื การจะออกมาเป็นก้อนกลมๆ แบบนี้ จะต้องผ่านกรรมวิธี นำน้ำไปแช่ให้แข็ง และนำไปวางบนสาหร่ายสีน้ำตาลกับสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ สารละลายตัวนี้จะไปทำปฏิกิริยากับก้อนน้ำจนจับตัวเป็นเปลือกบางหยุ่นๆ รอบก้อนน้ำ พอมันละลาย น้ำก็จะถูกบรรจุอยู่ภายในนั่นเอง สามารถถือ หยิบ จับ ได้โดยไม่แตก วิธีกินก็ง่ายแสนง่าย จะฉีกให้เป็นรูแล้วเทน้ำเข้าปากก็ได้ หรือ จะเอาเข้าปากทั้งก้อนเพื่อความสดชื่นก็ได้ รับประกันว่าไม่เป็นอันตราย

นาซ่าเผยค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ คาดหากเดินทางต้องใช้เวลา 4 ล้านปี

นาซ่าเผยค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ คาดหากเดินทางต้องใช้เวลา 4 ล้านปี

ในปัจจุบันมีการค้นพบดาวเคราะห์หินจากกาแล็กซี่อันห่างไกลจำนวนมาก ล่าสุด ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา เปิดเผยว่าทางนาซ่าได้ค้นพบดาวเคราะห์หินดวงใหม่ถึง 7 ดวงซึ่งขนาดของมันใกล้เคียงกับโลกและมีจำนวน 3 ดวงที่อยู่ในโซนที่สามารถอาศัยอยู่ได้ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นในวงการวิทยาศาสตร์ จากการค้นพบดาวเคราะห์นอกกาแล็กซี่ถึง 7 ดวงนั้นทางองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา ได้เปิดเผยและมีการค้นพบดาวเคราะห์ดังกล่าว ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับโลกและมีจำนวน 3 ดวงที่อยู่ในโซนที่สามารถอยู่อาศัยได้ โดยดาวเคราะห์ดังกล่าวนั้นโคจรรอบดาวแคระแดงแทรพพิสท์-วัน ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับดวงอาทิตย์ของระบบสุริยะด้วย ทั้งนี้ทาง ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา ระบุว่าการค้นพบกลุ่มดาวเคราะห์หินดังกล่าวนี้ถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อยและมีสิ่งให้น่าศึกษาอย่างมากไม่ว่าจะเป็น ชั้นบรรยากาศ, สิ่งมีชีวิต, การหมุนรอบโคจร, น้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ในอนาคตการส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศขึ้นไป เช่น กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์อินฟาเรดที่นาซาวางแผนส่งขึ้นสู่อวกาศในปี 2018 ทั้งนี้ทางนาซ่ายังมีการเปิดเผยว่ากลุ่มดาวเคราะห์หินดังกล่าวนั้นอยู่ห่างจากระบบสุริยะประมาณ 39 ปีแสง หากเดินทางโดยยานอวกาศความเร็วสูงอาจต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ล้านปีจึงจะถึงกลุ่มดาวเคราะห์ดังกล่าว ในรอบ 25 ปีมีการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะแล้วกว่า 4,695 ดวงส่วนใหญ่เป็นดาวเคราะห์แก๊ส ส่วนดาวเคราะห์หินนั้นยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตบนดาวนั้น  

อังกฤษ เผยสัตว์ทะเลคล้ายกุ้ง แอมฟิพอดส์

อังกฤษ เผยสัตว์ทะเลคล้ายกุ้ง แอมฟิพอดส์

ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัย New Castle ในอังกฤษ เปิดเผยว่า สัตว์ทะเลขนาดเล็กรูปร่างคล้ายกุ้ง ที่เรียกว่า แอมฟิพอดส์ ที่อาศัยอยู่ในร่องลึกก้นมหาสมุทร มาเรียน่า กับร่องลึกก้นมหาสมุทร เคอร์มาเดค ซึ่งลึกกว่า 10 กิโลเมตร มีระดับสารเคมีอันตรายที่มนุษย์ผลิตขึ้นในปริมาณสูงมากสั่งสมอยู่ในเนื้อเยื่อส่วนที่เป็นไขมันสารเคมีอันตรายดังกล่าวที่ว่านี้ เป็นสารเคมีกลุ่มสารพีซีบี หรือสาร polychlorinated biphenylsสาร PCBs เป็นสารเคมีอันตรายที่มนุษย์สร้างขึ้นตั้งเเต่ยุค 1930 จนกระทั่งถึง 1970 ซึ่งมีการสั่งห้ามผลิตสารเคมีเหล่านี้ ทีมนักวิจัยประมาณว่ามีสาร PCBs ราว 1 ล้าน 3 เเสนตันถูกผลิตออกมาใช้รวมกันทั่วโลก สารเคมีเหล่านี้เข้าไปสั่งสมอยู่ในสิ่งเเวดล้อมผ่านการปล่อยของเสียออกจากโรงงานอุตสาหกรรม และจากการรั่วไหลออกมาจากหลุมฝังกลบขยะสารเคมีอันตรายประเภทนี้ยังไม่สลายตัวไปอย่างง่ายดาย ทำให้คงอยู่ในสภาพเเวดล้อมได้่นานหลายสิบปีDr. Alan Jamieson หัวหน้าทีมนักวิจัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้คนเชื่อกันทั่วไปว่าก้นบึ้งของมหาสมุทรยังมีความสะอาด เเละปลอดจากมลพิษทางสิ่งเเวดล้อมที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เเต่ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นเเล้วว่าความเชื่อที่ว่านี้ไม่เป็นความจริงเขากล่าวอีกว่า ตัวอย่างของสัตว์ทะเลประเภทแอมฟิพอดส์ที่ทีมนักวิจัยนำมาศึกษา มีปริมาณสารเคมีอันตรายประเภทนี้สั่งสมในร่างกายสูงเท่าๆ กับตัวอย่างของสัตว์ชนิดเดียวกันที่อาศัยในอ่าว Suruga ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมที่มีมลพิษมากที่สุดเขตหนึ่งในทางตะวันตกเฉียงใต้มหาสมุทรเเปซิฟิกในการศึกษา ทีมนักวิจัยใช้ยานสำรวจใต้ทะเลลึกลงไปใต้ทะเล เพื่อนำเอาตัวอย่างของสัตว์ชนิดนี้จากร่องลึกก้นทะเลทั้งสองจุดดังกล่าวขึ้นมาศึกษาวิเคราะห์ ร่องลึกก้นมหาสมุทรทั้งสองจุดนี้อยู่ห่างกันเป็นระยะทาง 7,000 กิโลเมตร

นักวิทยาศาสตร์ฟินเเลนด์ ชี้ใบไม้ร่วงมีค่า

นักวิทยาศาสตร์ฟินเเลนด์ ชี้ใบไม้ร่วงมีค่า

จากการทดลองของทีมนักวิทยาศาสตร์ในประเทศฟินเเลนด์ ชี้ว่าใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง มีส่วนประกอบที่มีคุณค่าหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เม็ดสี คาร์โบไฮเดรต โปรตีนและสารต่างๆ ที่ช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดที่เป็นอันตรายพวกเขากำลังพัฒนาวิธีใช้ประโยชน์จากคุณค่าของใบไม้ ด้วยการนำไปบรรจุลงในรีแอคเตอร์ ที่ช่วยเเยกสารส่วนประกอบต่างๆ ที่มีคุณประโยชน์ แล้วกำจัดส่วนที่เหลือทิ้งไปSami Alakurtti นักวิทยาศาสตร์แห่ง VTT Technical Research Center แห่งประเทศฟินเเลนด์ กล่าวว่า ทีมงานใส่ใบไม้ลงไปในรีเเอคเตอร์ และเติมสารทำละลายลงไป ตัวรีเเอคเตอร์ยังทำหน้าที่ช่วยผสมส่วนประกอบต่างเข้าด้วยกันไปในตัวโครงการทดลองนำร่องนี้เน้นเเยกสารเม็ดสีธรรมชาติที่ทำให้ใบไม้และใบของพืชหลากหลายชนิดมีสีสันที่สวยงามLisa Nohynek นักวิทยาศาสตร์อาวุโสแห่ง VTT Technical Research Center แห่งประเทศฟินเเลนด์ กล่าวว่า ใบไม้เป็นเเหล่งของเม็ดสีธรรมชาติ ปัจจุบันมีการผลิตเม็ดสีเทียมขึ้นมาใช้ แต่ทีมงานคิดว่าการทดลองสกัดเม็ดสีจากใบไม้วิธีนี้ จะช่วยผลิตเม็ดสีธรรมชาติขึ้นมาทดแทนเม็ดสีเทียมได้อย่างไรก็ดี การทดลองนี้ไม่ได้เป็นเเค่การสกัดเม็ดสีธรรมชาติเท่านั้น แต่เป็นการพยายามสกัดสารอาหารต่างๆ ที่มีคุณค่าจากภายในใบไม้ที่ร่วงจากต้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์Anneli Ritala หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์แห่ง VTT Technical Research Center แห่งประเทศฟินเเลนด์ กล่าวว่า เนื่องจากสารส่วนประกอบในใบไม้ที่ร่วงจากต้นมีคุณค่าทางโภชนาการ ทีมงานต้องการนำผลการวิจัยนี้ไปใช้ในพัฒนาอาหารสัตว์ที่มีคุณค่าทางโปรตีนสูง และโปรตีนเสริมสำหรับคนโดยเป็นการมีจุดมุ่งหมายการทดลองเพื่อรักษาธรรมชาติและใช้ทรัพยากรให้เกิดโยชน์มากที่สุด

ดาวหางชนดาวพฤหัสฯ กับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ

ดาวหางชนดาวพฤหัสฯ กับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ

เมื่อราวปี พ.ศ. 2537 เกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ขึ้นอย่างเหตุการณ์ ดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 พุ่งชนดาวพฤหัสบดี ซึ่งการชนนี้ทำให้เกิดความน่าสนใจของวงการวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์อย่างมาก และเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางทั้งในหมู่นักวิทยาศาสตร์ และต่อประชาชน รวมถึงนักดาราศาสตร์ด้วย เหตุการณ์นั้นทำให้มีการค้นคว้าวิจัยผลกระทบการจากชนของดาวหาง ว่ามีลักษณะอย่างไร นับว่าเป็นเหตุการณ์ของการชนดาวครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หากไม่นับการชนโลก ดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 ถูกค้นพบโดย แคโรลิน ชูเมกเกอร์, ยูจีน ชูเมกเกอร์ และเดวิด เลวี เป็นนักดาราศาสตร์ที่ค้นพบดาวหาง โดยกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก ที่หอดูดาวเมาต์พาโลมาร์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะที่กำลังโคจรผ่านดาวพฤหัส โดยเป็นดาวหางดวงแรกที่ไม่ได้โคจรรอบดวงอาทิตย์ สันนิฐานว่าดาวหางดวงนี้เคยโคจรรอบดวงอาทิตย์มาก่อน และคาดว่าเป็นดาวหางคาบสั้น ถูกจัดอยู่ในหมวดดาวหางขนาดใหญ่ เนื่องจากการชนนั้นถือว่าเป็นระดับที่รุนแรงมาก โดยคาดว่าดาวพฤหัสอาจดึงให้ดาวหางดวงนี้เปลี่ยนการโคจรใหม่ การชนเกิดขึ้นวันที่ 16 กรกฎาคม ถึง 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 โดยก่อนหน้านี้เมื่อดาวหางดวงนี้โคจรใกล้ดาวพฤหัสในระยะใกล้ที่สุดที่ 40,000 กิโลเมตร มันได้แตกออกเป็นชิ้น จำนวน 21 ชิ้น บางชิ้นมีขนาดใหญ่ถึง 2 กิโลเมตรคาดว่าแรงโน้มถ่วงสูงของดาวพฤหัสอาจทำให้ดาวเกิดแตกออก การชนครั้งนั้นทำให้เกิดแรงระเบิดสูงเทียบกับระเบิดทีเอ็นที 6 ล้านตัน หรือเทียบกับระเบิดปรมาณูที่ถล่มฮิโรชิมา 100 ล้านลูก การระเบิดก่อให้เกิดแสงสว่างจ้ากระจายรัศมีถึง 8,000 กิโลเมตร ฝุ่งจากการชนสูงถึง 3,000 กิโลเมตรเหนือผิวดาว

โลกอาจเข้าสู่ยุคน้ำแข็งอีกครั้งอีก 15 ปีข้างหน้า

โลกอาจเข้าสู่ยุคน้ำแข็งอีกครั้งอีก 15 ปีข้างหน้า

ในปัจจุบันนั้นแม้ว่าโลกเราจะเผชิญกับภาวะโลกร้อนจนยากที่แก้ไข ซึ่งหากสิ้นศตวรรษนี้หรือในอีก 83 ปีข้าง หรือราวปี ค.ศ. 2100 โลกจะมีระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นถึง 1 เมตร หากบริเวณพื้นที่ต่ำก็อาจจะทำให้น้ำท่วมสูงมากกว่านี้ ทั้งนี้เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ระบุว่า โลกอาจเข้าสู่ยุคน้ำแข็งอีกครั้งในอีก 15 ปีข้างหน้า นั้นอาจทำให้โลกมีอุณหภูมิเย็นลง โดยคาดการณ์ว่ายุคน้ำแข็งดังกล่าวอาจเป็นขนาดย่อมๆ เท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ศาสตราจารย์วาเลนตินา ซาร์โควา จากมหาวิทยาลัยนอร์ทัมเบีย เขาได้นำเสนอทฤษฎีต่อที่ประชุมของสำนักดาราศาสตร์แห่งชาติ ของอังกฤษ ในแถบแคว้นเวลล์ ระบุว่าในอีก 15 ปีข้างหน้าหรือราวปี 2032 โลกเข้าสู่ภาวะอุณหภูมิลดต่ำลง และเข้าสู่ยุคน้ำแข็งขนาดย่อมบริเวณขั้วโลกเหนือ และ ขั้วโลกใต้ เป็นผลมาจากความเปลี่ยนแปลงของวัฏจักรดวงอาทิตย์ เนื่องจากวัฏจักรดังกล่าวเข้าสู่ช่วงที่แสงอาทิตย์อ่อนแรงลงประมาณร้อยละ 60 % ซึ่งการนำเสนอแบบจำลองดังกล่าวนั้นมีความแม่นยำถึง 97 % แต่ข้อมูลนั้นเป็นเพียงทฤษฎีสมมติฐานเท่านั้น ซึ่งอาจจะต้องมีการหาข้อมูลและการคำนวณทางวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดอีกครั้ง ต่อไป สำหรับยุคน้ำแข็งนั้นถือว่าเป็นวัฏจักรของการเปลี่ยนแปลงต่อภูมิอากาศโลก เพื่อปรับสมดุลของธรรมชาติ ซึ่งยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นประมาณ 1.8 ล้านปี – 10,000 ปีก่อน โดยในยุคนั้นเป็นยุคน้ำแข็งครั้งใหญ่กินวงกว้างมาก แต่สำหรับทฤษฎีของ ศาสตราจารย์วาเลนตินา ซาร์โควา ระบุว่า ยุคน้ำแข็งครั้งใหม่นี้จะเป็นขนาดย่อมๆ ไม่กินวงกว้างมากนัก ซึ่งเป็นข้อดีที่ช่วยลดภาวะร้อนโลกได้ในระดับหนึ่ง

Stanford Prison Experiment การทดลองสุดโหดของผู้คุมขัง ตอนที่ 1

Stanford Prison Experiment การทดลองสุดโหดของผู้คุมขัง ตอนที่ 1

การทดลองนี้เกิดขึ้นจริงในมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเป็นการทดลองเชิงจิตวิทยาบวกกับวิทยาศาสตร์โดยจุดประสงค์เพื่อทดสอบด้านความอดทนในที่คุมขัง ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าทีมทดลอง Philip G Zimbardo โดยการเลือกอาสาสมัครในการทดลองครั้งนี้ แต่การทดลองครั้งนี้กลับล้มเหลวอย่างมากและเป็นการทดลองที่ย่ำยีความเป็นมนุษย์อย่างมากซึ่งการทดลองครั้งนั้น ถูกยกเลิกในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น จุดเริ่มต้นการทดลองนี้ใช้ชั้นใต้ดินของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดจำลองเป็นคุกที่มีการคุ้มกันแน่นหนา และได้เลือกอาสาสมัครซึ่งเป็นนักศึกษาชายของมหาวิทยาลัยจำนวน 24 คน ซึ่งสมัครใจมาเองและนอกจากนี้อาสาสมัครยังได้รับค่าจ้างวันละ 15 เหรียญ โดยจุดประสงค์ของการทดลองนี้เพื่อศึกษาผลกระทบด้านจิตใจจากการใช้ชีวิตในเรือนจำ โดยผู้ทดลองจะโยนเหรียญหัวก้อยเพื่อเลือกว่าใครจะเป็นผู้คุมและใครเป็นนักโทษ สถานที่ในการใช้ทดลองคือชั้นใต้ดินอาคารคณะจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยไม่การแต่งเติมกรงขังและจำลองสถานที่เสมือนที่เรือนจำจริงๆซึ่งประกอบด้วยห้องขังเดี่ยว ห้องโถงสำหรับนักโทษพักผ่อนหย่อนใจ ห้องออกกำลังกาย และห้องน้ำที่ถูกแยกออกมา โดยอาสาสมัครที่เป็นนักโทษจะต้องถูกปิดหน้าปิดตาแล้วผู้คุมจะพาเดินไป ภายในมีการติดกล้องวงจรปิด เครื่องดักฟังเพื่อบันทึกเหตุการณ์การทดลองตลอด โดยอาสาสมัครผู้แบ่งออกเป็น ผู้คุม 12 คน และนักโทษ 12 คน โดยผู้คุมไม่ได้รับการฝึกสอนให้เป็นผู้คุมซึ่งพวกเขาจะต้องแสดงบทบาทนั้นออกมาเอง และทำอยู่อย่างเพื่อให้นักโทษเชื่อฟัง โดยผู้คุมแต่งกายในชุด Khahi และสวมแว่นตาดำเพื่อปกปิดไม่ให้นักโทษเห็นอารมณ์ความรู้สึกของผู้คุมได้

Stanford Prison Experiment การทดลองสุดโหดของผู้คุมขัง ตอนที่ 2

Stanford Prison Experiment การทดลองสุดโหดของผู้คุมขัง ตอนที่ 2

ในส่วนของอาสาสมัครที่เป็นนักโทษ จะถูกบังคับให้สวมชุดสีขาวเหมือนนักโทษในเรือนจำจริงๆ และจะมีการปักหมายเลขไอดีของนักโทษแทนชื่อ ซึ่งนักโทษจะถูกบังคับไม่ให้ใส่กางเกงในด้วยซึ่งการทดลองนี้ทำให้นักโทษชายไม่ได้สวมกางเกงในมีอาการเดินและนั่งเหมือนผู้หญิงนอกจากนี้ยังมีการใส่โซ่ตรวนอย่างแน่นหนา แต่จะไม่มีการตัดผมเหมือนเรือนจำจริงๆเท่านั้น โดยเริ่มการทดลองวันแรก นักโทษจะถูกเข้าแถวแล้วมีการปั้มลายนิ้วมือและถูกค้นตัวซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของการส่งเข้าเรือนจำ จากนั้นนักโทษก็ถูกปิดตาเพื่อพาเข้าไปยังเรือนจำจำลองในสแนตฟอร์ด ภายในไม่มีการเปิดหน้าต่างหรือแม้แต่นาฬิกา ปฏิทินเพื่อไม่ให้นักโทษรู้ว่าวันที่อะไร เวลาไหน การลงโทษช่วงแรกไม่มีอะไรมาก นอกจากให้นักโทษนับเลขไอดีแทนชื่อตน และมีการสั่งให้วิดพื้นเล็กน้อยเนื่องจากผู้คุมยังไม่กล้าออกคำสั่งมาก วันที่ 2 เริ่มมีความรุนแรงเกิดขึ้น โดยผู้คุ้มได้มีการพูดเยาะเย้ย รวมถึงนักโทษมีการพูดสาปแช่งและหยาบคายใส่ผู้คุม จนทำให้ผู้คุมโกรธและมีการระบุว่าการลงโทษนั้นเบาเกินไป ผู้คุมสั่งให้นักโทษทั้งหมดถอดเสื้อผ้าออกและเอาเตียงออกมา ส่วนหัวหน้าแก๊งก่อความรุนแรงให้แยกไปขังเดี่ยว วันที่ 3 นักโทษผู้หนึ่งได้ถอนตัวออกจากการทดลองเนื่องจากคุมสติตัวเองไม่อยู่และมีข่าวลือถึงนักโทษที่ถูกปล่อยตัวบุกเขามาลักพาตัวนักโทษคนอื่นๆ ซึ่งนั้นทำให้ทั้งนักทดลองและผู้คุมหัวเสียอย่างมาก เริ่มมีการใช้ความรุนแรงมากขึ้นมีการทำโทษและกลั่นแกล้งนักโทษต่างๆนาๆ เช่น ให้ทำงานเหมือนคนรับใช้ ขัดห้องน้ำด้วยมือเปล่า ในวันที 4-5 สภาพนักโทษเริ่มรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากคุมสติไม่อยู่ ร้องไห้ ตะโกนตลอดเวลาเนื่องอยู่ในสถานที่ปิดทึบและความกดดัน รวมถึงผู้คุมที่เล่นบทบาทจนเหมือนจริงทำให้การทดลองต้องยุติลงในที่สุด      

Unit 731 การทดลองที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 1

Unit 731 การทดลองที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 1

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีการทดลองมากมายทั้งในด้านอาวุธต่างๆที่ผลทำลายล้างสูงซึ่งนอกจากนี้ยังมีการทดลองเกี่ยวการแพทย์ที่มีความโหดร้ายในสมัยนั้น ซึ่งในช่วงนั้นญี่ปุ่นมีใช้อย่างมากและได้จับเฉลยประเทศต่างๆมากมาย โดยเฉพาะในประเทศจีนมีการสร้างโรงงานแห่งหนึ่ง โดยจุดประสงค์เพื่อทดลองบำบัดน้ำเสียให้เป็นน้ำสะอาดดื่มได้ โดยมีคนงานเป็นชาวจีนจำนวนมากเข้ามาทำงานแต่เมื่อเข้าไปแล้วเบื้องหลังของโรงงานนี้คือความโหดแบบสุดขั้ว เพราะมันคือการทดลองอาวุธชีวภาพโดยมีชาวจีนเป็นหนูทดลองครั้งนี้ สนธิสัญญาเจนีวามีข้อกำหนดห้ามทุกประเทศทั่ว โลกทำการทดลองหรือใช้อาวุธชีวภาพในการทำสงคราม เมื่อคนทั้งโลกเกรงกลัวต่ออาวุธชนิดนี้ย่อมแสดงว่ามันต้องเป็นอาวุธทำลาย ล้างที่ทรงอานุภาพมากที่สุด ด้วยแนวความคิดนี้เองทำให้กองทัพญี่ปุ่นลักลอบละเมิดข้อตกลงในสนธิสัญญา เจนีวา โดยหัวหน้าผู้ทดลองนี้คือ พลโทชิโร อิชิอิ ผู้บัญชาการกรมแพทย์ทหาร เริ่มแรกเฉลยถูกจับมาทดลองโดยมัดกับเตียงผ่าตัดโดยทำการศึกษาการทำงานของอวัยวะภายในซึ่งผ่าตัดโดยไม่ใช้ยาสลบใดๆผู้ถูกทดลองยังมีสติที่สมบูรณ์ครบทุกอย่าง นอกจากนี้อิชิอิยังทดสิ่งที่ไม่มีใครว่าคนๆหนึ่งจะคิดได้ทั้งการ นำผู้ถูกทดลองมาผ่าตัดโดยสลับอวัยวะ หรือ ผ่าเอากระเพาะอาหารออกแล้วต่อเข้ากับลำใส้เพื่อดูว่าถ้าไม่มีกระเพาะอาหารจะถูกย่อยอย่างไร รวมถึงการทดลองระเบิดมือโดยใช้คนเป็นเป้าในการทดลอง นอกจากนี้ยังให้นักโทษจับระเบิดมือแล้วดังสลักเพื่อจะดูว่ามีผลลัพธ์อย่างไร อีกทั้งเขายังทดลองการอัดอากาศเข้าไปในตัวนักโทษ โดยการสอดท่อเข้าทวารหนักแล้วอัดอากาศเข้าไปจนตัวแตกกระจาย นี้เป็นเพียงการทดลองคร่าวๆของมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่คิดว่าเขาจะคิดอะไรออกมาได้แล้ว

Unit 731 การทดลองที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 2

Unit 731 การทดลองที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์ ตอนที่ 2

ต่อมาหลังจากการทดลองด้านการผ่าตัดต่างๆ ดูจะเป็นที่น่าพอใจมากสำหรับเขาแต่เขาก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ จากผลของการห้ามไม่มีการสร้างอาวุธชีวภาพของสนธิสัญญา เจนีวา นั้นทำให้อิชิอิเริ่มสนใจในการพัฒนาของเชื้อโรคร้ายที่สามารถคร่าชีวิตคนได้หลายล้านคน จึงเป็นที่มาในการทดลองเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรง โดยเริ่มแรกเขาได้ดูการพัฒนาของเชื้อซิฟิลิสซึ่งระบาดหนักมากในช่วงนั้น เค้าได้จับเชลยผู้หญิงมาร่วมเพศกับชายที่ติดเชื้อ และดูพัฒนาการของระยะของโรคต่อมาเค้าได้พัฒนาเชื้อไวรัสทางอากาศโดยการนำเอาเชลยมาอ้าปากและปล่อยเชื้อในอากาศ ผลการทดลองครั้งนี้ทำให้เชลยทั้งหมดที่ถูกจับมาทดลองเสียชีวิตทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ทำให้เค้าลองทดลองโดยการปล่อยเชื้อลงสู่แม่น้ำไหลไปตามหมู่บ้านเมื่อคนที่ดื่มน้ำนั้นติดเชื้อและแพร่กระจายทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 400,000 คน เค้าพบว่าการทดลองนี้มีประสิทธิภาพอย่างมากและเตรียมปล่อยขึ้นสู่อากาศโดยเป้าหมายคือ หมู่บ้านเล็กแห่งหนึ่งแต่โชคดีที่ว่าเชื้อนั้นถูกลมเปลี่ยนทิศพัดกลับมาที่ฐานทำให้ทหารเสียชีวิตถึง 1,700 คน การทดลองนี้เค้าได้เตรียมการปล่อยบอลลูน 200 ลูกเพื่อไประเบิดในแถบชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐซึ่งหากทำสำเร็จจะมีผู้คนล้มตายหลายล้านคน แต่ก่อนที่เขาจะทำสำเร็จนั้น สหรัฐได้ทิ้งระเบิดปรมณู 2 ลูก ถล่มฮิโรชิม่าและนางาซากิ ทำให้ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ต่อสงคราม ส่วนอิชิอิกลายเป็นอาชญากรสงครามแต่เค้าก็ไม่ถูกดำเนินคดีเนื่องจากทำการเจรจายื่นข้อเสนอให้ส่งมอบข้อมูลงานวิจัยทั้งหมด ให้กับสหรัฐและเซ็นต์ยินยอมห้ามให้มีการทดลองอาวุธชีวภาพอย่างเด็ดขาด